วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

เวทนาทางใจเกิดตลอดเวลา

1 ความคิดเห็น:

  1. ก่อนที่เราจะมาเห็นว่าจิตไม่ใช่เรา หรือวิญญาณไม่ใช่เรา มาดูเวทนาก่อน เวทนาทางใจ เกิดตลอดเวลา มีจิตเมื่อไหร่ต้องมีเวทนา เกิดด้วยกันทุกที ต้องมีเวทนาอันใดอันหนึ่ง เวทนาทางใจมันก็มี 3 แบบ มีความรู้สึกเป็นสุข ความรู้สึกเป็นทุกข์ ความรู้สึกเฉยๆ ไม่สุขไม่ทุกข์ ฉะนั้นเราจะหัดดูจิตดูใจ เบื้องต้นง่ายที่สุด ดู 3 ตัวนี้ล่ะ ขณะนี้ใจเราเป็นสุข รู้ทัน ขณะนี้ใจเราเป็นทุกข์ รู้ทัน ขณะนี้มันไม่สุขมันไม่ทุกข์ รู้ทัน หัดรู้มันไปเรื่อยๆ มันจะไปยากอะไร ตอนนี้จิตใจนี้มันสุขหรือมันทุกข์ รู้ไหม ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย เหมือนเมื่อวานสอนเรื่องร่างกาย รู้ร่างกายมันยากนักหรือ ร่างกายหายใจออก รู้ได้ไหม ร่างกายหายใจเข้า รู้ได้ไหม ร่างกายยืน เดิน นั่ง นอน รู้ได้ไหม ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย เวทนาในใจก็ไม่ใช่เรื่องยาก ขณะนี้สุขหรือทุกข์ รู้ไหม หรือว่าเฉยๆ มี 3 อันเท่านั้นเอง

    หัดรู้ไปเรื่อยๆ รู้ไปๆ เราก็จะเริ่มเห็นเวทนามันเกิดจากอะไร มีผัสสะแล้วเวทนามันก็เกิดขึ้น พอใจมันกระทบอารมณ์ มันก็เกิดเวทนาในใจของเราขึ้นมา อย่างใจเราไปคิดในอารมณ์บัญญัติ ใจเราไปคิดถึงสาวงามสักคนหนึ่ง เกิดความสุข นึกถึงหน้าเขา แหม มันมีความสุขขึ้นมา หรืออยู่ๆ มีหน้าของคนที่เราเกลียด ความทุกข์มันก็เกิด ค่อยๆ สังเกตไป ดูไปเรื่อยๆ ความสุขเกิดขึ้นก็รู้ มันเกิดจากผัสสะนั่นล่ะ มีผัสสะถึงจะมีเวทนา มีตัณหา มีอุปาทาน มีภพ มีชาติ มีทุกข์ได้ เริ่มมาจากการกระทบอารมณ์ทางตา หู จมูก ลิ้น กายใจ กระทบแล้วใจมันก็กระเทือนขึ้นมา เป็นความสุขบ้าง เป็นความทุกข์บ้าง คอยรู้ไปเรื่อยๆ สุขก็รู้ ทุกข์ก็รู้ เฉยๆ ก็รู้

    เดี๋ยวเราก็เห็นความสุขก็ไม่เที่ยง ความทุกข์ก็ไม่เที่ยง ความเฉยๆ ก็ไม่เที่ยง ความสุขก็บังคับมันไม่ได้ มันเป็นอนัตตา สั่งให้สุขก็ไม่ได้ ความทุกข์ก็เป็นอนัตตา ห้ามทุกข์ก็ไม่ได้ สั่งใจว่าจงเฉยๆ ตลอด ก็เฉยไม่ได้ เราก็จะเห็นว่าเราบังคับเวทนาไม่ได้จริงหรอก ฉะนั้นเวทนาเองก็ตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์

    หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    วัดสวนสันติธรรม
    6 กุมภาพันธ์ 2565

    ตอบลบ

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

ตัณหา 18 ตัว