การภาวนา ปฏิบัตินี่ ดูกายดูใจเรา เบื้องต้นทำสมาธิให้เกิดขึ้นก่อน จิตที่จะเอาไปเดินปัญญาได้ ต้องทรงสมาธิที่ถูกต้อง สมาธิ 2 อย่าง อันหนึ่งจิตมันสงบอยู่ในอารมณ์อันเดียว ได้พักผ่อน คือทำให้จิตมีกำลัง ถ้าจิตไม่ได้พักผ่อนเลยจิตไม่มีกำลัง ลำพังจิตมีกำลังอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องมีสมาธิอีกชนิดหนึ่ง คือความตั้งมั่นของจิตที่จะถอนตัว ออกจากปรากฏการณ์ทั้งหลายที่จิตไปรู้ไปเห็น จิตก็จะต้องถอยออกมา ถอนตัวออกมาเป็นผู้รู้ผู้ดู ฉะนั้นต้องมีทั้งเรี่ยวแรงของจิต มีความตั้งมั่นถอนตัว ออกจากปรากฏการณ์ทั้งหลาย ทำหน้าที่เป็นผู้รู้ผู้ดูเท่านั้นวิธีฝึกหลวงพ่อก็พูดอยู่แทบทุกวัน ตั้งแต่ยังไม่บวช หลวงพ่อก็สอน วิธีที่พวกเราจะฝึกให้ได้สมาธิจริงๆ สังเกตที่จิตเราเอง มันจะเป็นวิธีลัดให้ได้สมาธิอย่างรวดเร็ว ถ้าเราทำสมาธิแต่ไม่เคยสังเกตจิตใจตัวเอง ยากมาก ส่วนใหญ่มันจะกลายเป็นมิจฉาสมาธิเสีย ไม่เคร่งเครียดก็เซื่องซึม มี 2 อย่าง อีกอย่างหนึ่งก็ฟุ้งซ่านไป รวมเป็น 3 อย่าง เครียดไป ฟุ้งซ่านไป พอสงบก็เซื่องซึม สมาธิพวกนั้นใช้อะไรไม่ได้ ยิ่งฝึกมากๆ ก็ยิ่งพอกพูนกิเลส ราคะก็จะแรงขึ้นคือความติดอกติดใจ ในความสุขความสงบ พอจิตถอนออกจากสมาธิโทสะก็จะขึ้น หงุดหงิด หรือเราทำสมาธิด้วยการบังคับตัวเองมากๆ จิตมันก็มีโทสะ นั่งสมาธิแล้วก็เคลิบเคลิ้มไป จิตก็มีโมหะ หรือนั่งสมาธิแล้วจิตก็ฟุ้งเห็นโน่นเห็นนี่ไป อันนั้นก็เป็นโมหะฉะนั้นถ้าเราไม่สังเกตจิตใจตัวเองให้ดี ไปลงมือทำสมาธิละเลยจิต ส่วนใหญ่มันก็จะไปเป็นมิจฉาสมาธิ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 5 กุมภาพันธ์ 2565
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น
การภาวนา ปฏิบัตินี่ ดูกายดูใจเรา เบื้องต้นทำสมาธิให้เกิดขึ้นก่อน จิตที่จะเอาไปเดินปัญญาได้ ต้องทรงสมาธิที่ถูกต้อง สมาธิ 2 อย่าง อันหนึ่งจิตมันสงบอยู่ในอารมณ์อันเดียว ได้พักผ่อน คือทำให้จิตมีกำลัง ถ้าจิตไม่ได้พักผ่อนเลยจิตไม่มีกำลัง ลำพังจิตมีกำลังอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องมีสมาธิอีกชนิดหนึ่ง คือความตั้งมั่นของจิตที่จะถอนตัว ออกจากปรากฏการณ์ทั้งหลายที่จิตไปรู้ไปเห็น จิตก็จะต้องถอยออกมา ถอนตัวออกมาเป็นผู้รู้ผู้ดู
ตอบลบฉะนั้นต้องมีทั้งเรี่ยวแรงของจิต มีความตั้งมั่นถอนตัว ออกจากปรากฏการณ์ทั้งหลาย ทำหน้าที่เป็นผู้รู้ผู้ดูเท่านั้น
วิธีฝึกหลวงพ่อก็พูดอยู่แทบทุกวัน ตั้งแต่ยังไม่บวช หลวงพ่อก็สอน วิธีที่พวกเราจะฝึกให้ได้สมาธิจริงๆ สังเกตที่จิตเราเอง มันจะเป็นวิธีลัดให้ได้สมาธิอย่างรวดเร็ว
ถ้าเราทำสมาธิแต่ไม่เคยสังเกตจิตใจตัวเอง ยากมาก ส่วนใหญ่มันจะกลายเป็นมิจฉาสมาธิเสีย ไม่เคร่งเครียดก็เซื่องซึม มี 2 อย่าง อีกอย่างหนึ่งก็ฟุ้งซ่านไป รวมเป็น 3 อย่าง เครียดไป ฟุ้งซ่านไป พอสงบก็เซื่องซึม สมาธิพวกนั้นใช้อะไรไม่ได้
ยิ่งฝึกมากๆ ก็ยิ่งพอกพูนกิเลส
ราคะก็จะแรงขึ้นคือความติดอกติดใจ ในความสุขความสงบ พอจิตถอนออกจากสมาธิโทสะก็จะขึ้น หงุดหงิด หรือเราทำสมาธิด้วยการบังคับตัวเองมากๆ จิตมันก็มีโทสะ นั่งสมาธิแล้วก็เคลิบเคลิ้มไป จิตก็มีโมหะ หรือนั่งสมาธิแล้วจิตก็ฟุ้งเห็นโน่นเห็นนี่ไป อันนั้นก็เป็นโมหะ
ฉะนั้นถ้าเราไม่สังเกตจิตใจตัวเองให้ดี ไปลงมือทำสมาธิละเลยจิต ส่วนใหญ่มันก็จะไปเป็นมิจฉาสมาธิ
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
5 กุมภาพันธ์ 2565