วันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ธรรมะเป็นเรื่องธรรมดา

1 ความคิดเห็น:

  1. เราไม่ต้องไปแสวงหาตัวผู้รู้ เราแค่เห็นว่าร่างกายนั่งอยู่ นี่มันถูกรู้ ร่างกายหายใจนี่มันถูกรู้ ถ้ามันมีสิ่งที่ถูกรู้เมื่อไร มันก็มีผู้รู้เมื่อนั้น มันเกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติเลยง่ายๆ บอกแล้วว่าง่าย ไม่ได้มีอะไรลึกลับหรอก สิ่งที่หลวงพ่อสอนเรื่องธรรมดาทั้งหมด เพียงแต่มนุษย์ทั้งหลายมันไม่ธรรมดา เพราะว่าจิตมันถูกโลภ โกรธ หลง ครอบงำเอาไว้ ก็เลยรู้สึกว่าธรรมะนี้ยาก จริงๆ ธรรมดาที่สุด ค่อยๆ ฝึกตัวเองไป เราก็จะมีจิตที่เป็นคนรู้คนดูได้ มีผู้รู้กับสิ่งที่ถูกรู้ จะเกิดขึ้นคู่กัน เมื่อไรมีจิต เมื่อนั้นมีอารมณ์ เมื่อไรมีอารมณ์ เมื่อนั้นมีจิต อย่างขณะที่เกิดอริยมรรค เกิดอริยผล มีอารมณ์ไหม มีอารมณ์นิพพาน มีอารมณ์นิพพานแล้วต้องมีจิตไหม ต้องมีจิต เพราะกฎก็คือเมื่อใดมีจิต เมื่อนั้นต้องมีอารมณ์ เมื่อใดมีอารมณ์ ต้องมีจิต ถึงจะใช้นิพพานเป็นอารมณ์ก็ต้องมีจิตที่รู้อารมณ์นิพพาน เรียกว่ามรรคจิต ผลจิตตัวนั้น ฉะนั้นมีจิตตลอด

    ฉะนั้นจะมาบอกว่านิพพานไม่มีจิต นิพพานไม่มีจิตแล้ว นิพพานจะปรากฏขึ้นได้อย่างไร มันก็ไม่ปรากฏ จักรวาลนี้ โลกนี้ปรากฏขึ้นได้เพราะมีจิต ถ้าไม่มีจิตเสียอย่างเดียว เราก็เหมือนก้อนหินก้อนหนึ่ง อะไรจะเกิดในจักรวาลในโลกเราไม่รู้อะไรสักอย่าง จะว่าไปถ้าเราภาวนาเรื่อยๆ เราจะเห็นเลย จิตมันเป็นศูนย์กลางของโลก เป็นศูนย์กลางของจักรวาล เป็นศูนย์กลางของชีวิต เข้ามาที่จิตได้เข้าถึงจุดใจกลางของมันแล้ว เราจะเห็นทุกสิ่งที่แวดล้อมอยู่มันเคลื่อนไหวไป ตัวจิตเองก็เกิดดับเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไป

    ใครเรียนวิทยาศาสตร์ลองนึกถึงภาพจักรวาล ดวงอาทิตย์อยู่ตรงกลางใช่ไหม ดาวเคลื่อนไหวอยู่รอบๆ ดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์เหมือนกับจิต สิ่งที่เคลื่อนอยู่รอบๆ ก็คือสิ่งที่ถูกรู้ คืออารมณ์เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย จิตเป็นคนดูอยู่เฉยๆ แต่ถามว่าแล้วดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ไหม ดวงอาทิตย์ก็เคลื่อนที่ เพราะฉะนั้นจิตเองก็เกิดดับ เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอด ไม่มีอะไรที่คงที่เสียอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นจิตหรือจะเป็นอารมณ์ ทุกสิ่งเกิดแล้วดับทั้งสิ้น เฝ้ารู้เฝ้าดูไปจนถึงวันหนึ่งจิตมันก็ปิ๊งขึ้นมา “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับเป็นธรรมดา” ตรงนี้เราเข้าใจคำว่าธรรมดาแล้วเห็นไหม

    ธรรมดาคืออะไร ธรรมดาของสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือต้องดับทั้งหมด เรียกว่าเรามีดวงตาเห็นธรรมแล้ว เห็นธรรมะอะไรไหม ธรรมะเป็นเรื่องธรรมดา คือเราเห็นว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดดับเป็นธรรมดา” เห็นธรรมดา ใจยอมรับธรรมดาอันนี้ ใจจะค่อยๆ คลายออกจากทุกข์ คลายออกจากโลก คลายออกจากวัฏสงสาร ฉะนั้นเราฝึกตัวเองทุกวัน สิ่งที่สอนให้วันนี้ไปฟังซ้ำหลายๆ ทีก็ได้ ฟังทีเดียวเข้าใจยากหรอก ฟังหลายๆ ที เรามี จิตที่เป็นคนดูแล้ว การเดินปัญญาจะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว ก็จะเห็นสิ่งใดเกิด สิ่งนั้นก็ดับ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงบังคับไม่ได้ สั่งไม่ได้ บังคับไม่ได้ จะต้องไปเห็นด้วยตัวเอง ไม่ใช่คิดเอา ต้องเห็นเอา ฝึกไปเรื่อยเดี๋ยวก็เห็น.

    หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    วัดสวนสันติธรรม
    5 กุมภาพันธ์ 2565

    ตอบลบ

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

ตัณหา 18 ตัว